วัดม่วง อ่างทอง

สัมผัสปลายพระหัตถ์ ขอพรหลวงพ่อใหญ่ วัดม่วง จังหวัดอ่างทอง

ความเป็นมาของ วัดม่วง ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 6 ตำบลหัวสะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอ่างทองไปทางทิศตะวันตกโดยประมาณ 8 กโลเมตร จุดเด่นของวัด ถ้ามาจากกรุงเทพวัดจะอยู่ทางด้านขวามือ และถ้าหากออกมาจาตัวเมืองอ่างทองวัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ จุดเด่นของวัดจะมองเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ชัดเจน

วัดม่วง ถือเป็นมีตำนานเล่าขานกันมานาน เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอ่างทองเกี่ยวกับความเชื่อของคนในชุมชนในระแวงนั้น ในปัจจุบันวัดม่วง จ.อ่างทองมีท่องเที่ยวกราบไหว้บูชาเพื่อขอพรกันอย่างต่อเนื่อง หากใครได้มีโอกาสไปวัดม่วง จังหวัดอ่างทอง มีความเชื่อกันว่า หากท่านขอพรใดพรนั้นจะสำเร็จ หน้าที่การงานก็เจริญในอาชีพนั้น ๆ

วัดชื่อดังของจังหวัดอ่างทอง

เดิมวัดม่วง เป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์เป็นวัดร้าง และได้ทำการบูรณะใหม่ขึ้นมานับตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2527 ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยกขึ้นให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์นับแต่นั้นมา

พระใหญ่ของวัดม่วง มีพระนามว่า “พระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ” หน้าตักมีความกว้าง 63 เมตร สูง 95 เมตร มูลค่าใช้ในการก่อสร้างรวมประมาณทั้งสิ้น 106,000,000 บาท ( หนึ่งร้อยหกล้านบาทถ้วน ) ดำเนินการก่อสร้างโดย ท่านพระวิบูลอาจารคุณ ที่ได้ร่วมกับผู้ที่มีจิตศรัทธาในพระพุทธองค์ได้ร่วมพลังจิต สมทบทุนการก่อสร้างพระที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเป็นการน้อมถวาย แด่เพื่อน้อมถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ ๙ และราชวงศ์จักรี

ดินแดนนรก
รูปปั้นำลอง ดินแดนนรก วัดม่วง จ.อ่างทอง
ดินแดนนรก วัดม่วง อ่างทอง

รูปปั้นำลอง ดินแดนนรก วัดม่วง จ.อ่างทอง

นอกจากการกราบไหว้บูชา พระใหญ่แล้วภายในวัดก็มีการจัดสร้างดินแดนนรกที่สื่อถึงการสอนทางธรรมมะของรูปปั้นซึ่งให้ความหมายว่า การสร้างบุญกุศล ก็ได้รับบุญนั้น และการสร้างบาปก็ได้รับบาปนั้นเช่นกัน โดยทำการสร้างโดยหลวงพ่อเกษม ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดอ่างทอง ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในปัจจุบันท่านได้มรณภาพอย่างสงบ รวมสิริอายุ 56 ปี ในปัจจุบันนี้ ศพยังไม่มีการเน่าเปื่อยซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่งและได้ทำการบรรจุไว้ในโลงแก้ว เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บริเวณวิหารแก้ว

วัดม่วง ของจังหวัดอ่างทอง ถือเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านเมืองของชาวจังหวัดอ่างทองที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา รวมถึงผู้ที่นับถือศาสนาพุทธในการเป็นปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ในปัจจุบันวัดม่วง เปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าไปกราบไหว้และขอพรองค์หลวงพ่อใหญ่ทุกวัน จึงอยากขอเชิญให้นักท่องเที่ยวที่มีความสนใจในเรื่องพุทธศาสนากราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและช่วยทำนุบำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรมของไทยให้อยู่คู่บ้านเมืองไปนาน ๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *